รู้ก่อนใช้เทคโนโลยี

ตอนนี้เรามีการติดต่อสื่อสารผ่านระบบอินเตอร์เน็ตมากขึ้น อุปกรณ์ที่เรานิยมใช้กันส่วนใหญ่ คือ สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต มากกว่าการใช้คอมพิวเตอร์ และหลายคนก็เริ่มใช้มันแทนคอมพิวเตอร์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์งาน การออกแบบ ตัดต่อภาพหรือวิดีโอ และอื่น ๆ โดยปกติก่อนที่เราจะใช้คอมพิวเตอร์ เราต้องสร้างบัญชีผู้ใช้งานก่อน เพื่อ Login เวลาเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ส่วนใหญ่คนไทยจะไม่นิยมขั้นตอนนี้ ร้านขายคอมพิวเตอร์จะตัดขั้นตอนนี้ออก คือ เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมาสามารถใช้งานได้เลยโดยไม่ต้อง Login ทำให้หลายคนคุ้นเคยกับที่ไม่ต้อง login เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อนใช้งาน คอมพิวเตอร์ อาจเป็นส่วนทำให้เวลามาใช้เครื่อง iPhone หลายคนมีความไม่เข้าใจกับระบบของ Apple ว่าทำไมต้องมี Apple ID

อุปกรณ์ของ Apple ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, iPod touch, ครื่อง Mac และ Apple TV เวลาใช้งานเราควรต้องมีบัญชีผู้ใช้งาน ซึ่งทาง Apple เรีกยกบัญชีการเข้าใช้งานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ว่า Apple ID ซึ่งเราต้องใช้ Email เราไปสมัครกับ Apple เพื่อให้ Email ของเราเป็น Apple ID ไปด้วย หรือเราจะสมัครกับทาง Apple โดยตรงเลยก็ได้

หลังจากที่ Microsoft ได้ออกระบบปฏิบัติการ Windows 10 ทำให้หลายคนเริ่มเข้าใจความสำคัญในการใช้ Hotmail มากขึ้น ถ้าเราซื้อคอมพิวเตอร์ที่มีลิขสิทธ์ของ Window 10 เวลาเปิดเครื่องขึ้นมาเราต้องมีการใส่ Email ของ Microsoft ไม่ว่าจะเป็น Hotmail หรือ Outlook เพื่อเข้าใช้งาน การสร้างบัญชีการใช้งานก็ไม่ต่างกับของทาง Apple ก่อนที่จะใช้ iPhone, iPad, iPod touch, ครื่อง Mac และ Apple TV คือ ต้องกรอก Apple ID

อย่างไรก็ตามการใช้ชุดโปรแกรม Microsoft Office ซึ่งเป็นชุดโปรแกรมยอดนิยมของคนทั่วโลก คือ Word, Excel และ PowerPoint โดยมีเวอร์ชั่น Microsoft 365 ที่สามารถใช้งานได้หลายระบบปฏิบัติการ เช่น Windows, iOS, MacOS, Android และสามารถเปิดจาก Browser บนคอมพิวเตอร์ขึ้นมาทำงานได้เลยโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมลงในคอมพิวเตอร์ แค่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตขณะใช้งาน

ชุดโปรแกรม Microsoft 365 เราอาจจะจ่ายเป็นรายเดือน หรือหลายปี สิ่งที่เราได้ตามมา คือ
1. เราสามารถใช้ Word Excel และ PowerPoint ได้เกือบทุกระบบปฏิบัติ
2. ข้อมูลต่าง ๆ ที่เราทำงานบน Word Excel และ PowerPoint จะถูกเก็บไว้บนระบบอินเตอร์เน็ต
3. เรามีเนื้อที่ในการเก็บข้อมูลบนระบบอินเตอร์เน็ตโดยเราไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการสำรองข้อมูลบ่อย ๆ

การสำรองข้อมูลบนระบบอินเตอร์เน็ตแบบให้คนใช้งานได้ฟรีทาง Apple และ Google ได้มีการแข่งขันกันมาตั้งแต่ยุคแรก ๆ แต่ทาง Google ได้พัฒนาได้เยอะกว่า เช่น การเปิดให้ใช้งาน Google Drive (24 เมษายน 2555)ที่มีชุดโปรแกรมที่สามารถใช้ได้เหมือนกับ Word Excel และ PowerPoint โดยเปิดจาก Browser ขึ้นมาทำงานโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมอะไรเพิ่มเติมบนคอมพิวเตอร์แค่อาศัยอินเตอร์เน็ตแค่นั้น

ออีตเราเก็บเบอร์โทรศัพทไว้ที่เครื่องหรือในซิม หลายคนใช้ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ถ้าเราเปิดเครื่องใช้งานครั้งแรกแล้วใส่ของมูลของเราลงไป ถ้าระบบปฏิบัติการ iOS ก็จะเป็น Apple ID ถ้าระบบปฏิบัติการ Android ก็จะเป็น Gmail แค่นั้น เราไม่ต้องเสียเวลากับการจัดการรายชื่อที่เกี่ยวเบอร์โทรศัพท์เหมือนในอดีต เราสามารถเปลี่ยนเครื่องได้ตลอดเวลา เครื่องหาย เปลี่ยนเครื่องใหม่ แค่เวลาเปิดเครื่องใหม่ที่เราได้มาใส่ข้อมูลผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น iOS ที่กรอก Apple ID หรือ Android ที่กรอก Gmail ข้อมูลทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

ตอนนี้ข้อมูลเราจะถูกเก็บไว้บนระบบอิตเตอร์เน็ตมากขึ้นแบบไม่รู้ตัว และมีการใช้โปรแกรมต่าง ๆ บนคอนพิวเตอร์ผ่าน Browser โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์ เช่น โปรแกรมที่ใช้ในการพิมพ์งาน
ถ้าเป็น Microsoft Word หรือ word ที่เป็นหนึ่งโปรแกรมในชุดโปรแกรม Microsoft Office ที่เป็นเวอร์ชั่น 365
ถ้าเป็น Google Docs ที่เป็นหนึ่งโปรแกรมในชุด Google Drive
ถ้าเป็น Pages ที่เป็นหนึ่งโปรแกรมในชุดโปรแกรม iWork ของ Apple
และมีหลาย ๆ ชุดโปรแกรม อีกทั้งเราสามารถทำงานไฟล์เดียวกันกันคนอื่นในเวลาเดียว โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ตเดียวกัน ต่างคนต่างทำในไฟล์เดียวกันเวลาเดียวกัน

บริการต่าง ๆ เรานี้เราเรียกว่า Cloud Computting มีหลายบริษัทให้บริการ เช่น ​Microsoft, Google, Apple, Dropbox, และ อื่น ๆ

Apple ชอบตั้งชื่อบางอย่างให้เป็นเอกลักษณ์ของ Apple เองทำให้หลายคนสับสน เช่น
- บัญชีเข้าใช้งานระบบ หรือ Account เรียกว่า Apple ID
- Cloud Computting เรียกกว่า iCloud
Google ทำให้หลายคนสับสนเกี่ยวกับ Email ของ Google เอง ที่เรียกว่า Gmail

ตอนนี้ข้อมูลเราถูกจัดเก็บไว้บนอินเตอร์เน็ตหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ไฟล์งาน เพลง วีดีโอ รูปภาพ เราจะใช้ Email ในการ Login เข้าไปในระบบของผู้ให้บริการต่าง ๆ ผ่านครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ตใดก็ได้ เครื่องใครก็ได้ ถ้าเครื่องเราพัง หาย เปลี่ยนเครื่องใหม่เราก็ยังมีข้อมูลต่าง ๆ เพราะเราไม่ได้เก็บมันไว้เครื่อง

ดังนั้น การจ่ายเงินเพื่อรักษาข้อมูลที่สำคัญ ๆ จึงเป็นอีกทางเลือก เพราะหลายบริษัทก็ใช้งานฟรีที่เนื้อที่จำกัด เช่น Apple ให้พื้นที่ฟรี 5 GB, Google ให้พื้นที่ฟรี 25 GB เป็นต้น แต่สิ่งที่จำเป็นที่สุด คือ การรักษารหัสผ่าน